วิธีเล่น Baccarat (บาคาร่า) เกมออนไลน์ยอดฮิตระดับโลก

สวัสดีครับทุกๆ ท่านที่ติดตาม Stakehow วันนี้ทางเราจะมาอธิบาย วิธีเล่น Baccarat หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเกมบาคาร่า สำหรับท่านใดที่ยังไม่ทราบว่าความหมายของบาคาร่านั้นคืออะไร มีที่มาที่ไปจากที่ไหน มีวิธีการเล่นเดิมพัน และมีอัตราการจ่ายอย่างไร ทางเราจะอธิบายให้ท่านได้รู้ตั้งแต่ กติกาการเล่น การเข้าสู่หน้าเดิมพัน และวิธีการลงเดิมพัน เนื้อหาจะมีอะไรบ้างเชิญอ่านได้ด้านล่างเลยครับ

[toc]

 

Baccarat (บาคาร่า)

เกม Baccarat (บาคาร่า) นั้นเกิดขึ้นจากแนวความคิดของคนอิตาลี ซึ่งก็ได้แนวคิดมาจาก พิธีกรรมโบราณ ที่ค้นหาหญิงสาวเพื่อที่จะมารับตำแหน่งนักบวชในศาสนาต่อไป และมันเกิดมานานมากกว่า 1500 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งวิธีการเสี่ยงทายนั้นก็คือ การที่ให้หญิงสาวที่ถูกเลือกนั้นมาทอยลูกเต๋า หากใครที่ได้แต้มที่มีค่า 8 – 9 แต้ม พวกเขาก็จะได้รับการบูชาเป็นเทพเจ้า หากทอยได้ 6 – 7 แต้ม จะไม่ได้รับการเลือก และหากทอยได้ 4 – 5 แต้ม อาจจะทำให้เขานั้นจบชีวิตลงก็ได้ มันจึงทำให้เรานั้นรู้ว่าบาคาร่านั้นมันมีความเป็นมาที่ยาวนานมาก เพราะจากอดีตที่บาคาร่านั้นเกิดมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเวลา 3,518 ปีเลยทีเดียวครับ

บาคาร่าเป็นเกมไพ่ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะการเล่นที่คล้ายกับป็อกเด้งอย่างมาก โดยจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งได้แก่ ฝั่งเจ้ามือ (BANKER) และฝั่งผู้เล่น (PLAYER) การเล่นจะทำการแจกไพ่ให้ฝั่งละ 2 ใบ และจะสามารถเรียกไพ่เพิ่มได้อีก 1 ใบ หากแต้มไม่ถึง 5 แต้มตามกฎการจั่วไพ่ และหากฝั่งไหนมีแต้มเยอะกว่าก็จะชนะไปทันที ซึ่งแต้มสูงสุดของเกมไพ่บาคาร่าเท่ากับ 9 แต้ม

 

วิธีเล่น Baccarat

  1. ขั้นตอนแรกต้องไปยังเข้าเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ เลือกห้องเดิมพัน เพื่อเข้าเล่นเดิมพัน Baccarat (บาคาร่าออนไลน์)
  2. หลังจากเข้าห้องเดิมพันทางเว็บไซต์จะกำหนดเวลาให้ผู้เล่นได้เลือกลงการเดิมพันประมาณ 25 วินาที
  3. เมื่อหมดเวลาในการลงเดิมพัน ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่โดยจะแจกให้ฝั่งละ 2 ใบ ถ้าไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มรวมกันระหว่าง 1-5 แต้ม หรือเข้าเงื่อนไขของการแจกไพ่ใบที่ 3 ดีลเลอร์จะแจกไพ่ใบที่ 3 ให้ทันที

เมื่อเปิดไพ่ครบทั้ง 2 ฝั่งแล้ว ฝั่งไหนที่มีแต้มมากกว่าก็จะเป็นฝั่งที่ชนะการเดิมพัน

 

กติกาการเล่น

บาคาร่าจะมีวิธีการเล่นที่คล้ายกับไพ่ป๊อกเด้ง แต่ผู้เล่นจะไม่สามารถเป็นคนลุ้นไพ่ได้เอง และไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่มหรือไม่ เพราะว่าไพ่บาคาร่าจะมีดีลเลอร์ที่ทำการแจกแบบหงายไพ่ทั้ง 2 ฝั่ง และทำการเรียกไพ่ใบที่สามตามกฎกติกาของเกม ดังนั้นผู้เล่นจะสามารถทำได้แค่เลือกพนันว่าฝั่งใดจะเป็นผู้ชนะ ด้วยวิธีการวางเงินเดิมพันลงไปยังตำแหน่งผู้เล่นนั้นที่ต้องการเท่านั้น

การแจกไพ่

การแจกไพ่นั้นมันก็มีข้อกำหนดของมัน เพราะว่าในการเล่นเกมแต่ละครั้ง ดีลเลอร์จะแจกไพ่เพียงสองฝั่งเท่านั้น ก็คือฝั่งเจ้ามือ (BANKER) และก็ฝั่งผู้เล่น (PLAYER) ที่ท่านนั้นสามารถเดิมพันได้ โดยแต่ละฝั่งจะได้รับไพ่จำนวน 2 ใบเท่ากัน เมื่อท่านนั้นได้รับไพ่ไปแล้ว 2 ใบ การที่ท่านจะสามารถขอรับใบที่ 3 ได้มันก็มีเงื่อนไขอีกด้วย

การหักเงิน

การหักเงินในเกมสามารถหักได้ 2 รูปแบบ นั้นก็คือการหักค่าคอมมิชชั่น 5% และไม่หักเลย สำหรับการหัก 5% นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อท่านนั้นวางเดิมพันในฝั่งเจ้ามือ (BANKER) นั่นเองครับ และการไม่หักเงิน ก็คือการที่ท่านนั้นวางเดิมพันในฝั่งของผู้เล่น (PLAYER)

การนับแต้ม

การนับแต้มของบาคาร่านั้นก็ง่ายมากๆ เพียงท่านนั้นดูเลขจากหน้าไพ่ที่ท่านได้รับไป จำนวนแต้มของไพ่แต่ละใบก็ตรงกับหน้าไพ่ แต่หากเป็น A จะนับเป็น 1 แต้ม และถ้าหากเป็นตัวภาษาอังกฤษอย่างเช่น J , Q , K ก็จะนับเป็น 0 แต้ม โดยใครที่ได้แต้มใกล้เคียงกับ 9 ที่สุดจะเป็นฝั่งชนะเดิมพัน

การนับแต้มของเกมบาคาร่าออนไลน์แต่ละฝั่งคือ ตัวเลขตัวสุดท้ายของผลบวกของไพ่ทั้งหมดในมือ ดังนั้น ฝั่งที่ถือไพ่ 10 กับ 7 ก็จะมีแต้ม 7 (เพราะ 10 + 7 = 17) ทั้งนี้เพราะไพ่ 10 แต้ม และ ไพ่ฝรั่งจะนับค่าเท่ากับ 0 แต้ม และนับเฉพาะตัวเลขหลักสุดท้ายเท่านั้น ดังนั้นไพ่ในหลักสิบจึงมีค่าเท่ากับ 0 นั่นเองครับ

 

การเรียกไพ่เพิ่มฝั่งผู้เล่น (PLAYER) และฝั่งเจ้ามือ (BANKER)

ในการเล่นบาคาร่าสิ่งที่ทำให้เกมนี้ดูมีความซับซ้อนลึกลับมากกว่าที่มันควรจะเป็นก็คือ กติกาการเรียกไพ่ใบที่ 3 ซึ่งทำให้มือใหม่หลายๆ คนสับสน และมองเกมไพ่บาคาร่าเป็นเกมที่ยากขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย วันนี้ผมเลยจะมาอธิบายอย่างละเอียดเพื่อให้ท่านที่ยังค้างคาใจได้ทำความเข้าใจกับการจั่วไพ่ใบที่ 3 ของเกมไพ่บาคาร่ามากขึ้นดังนี้

ฝั่งผู้เล่น (PLAYER)

กฎการเรียกไพ่ใบที่สามของฝั่งผู้เล่น (PLAYER)
แต้มรวมของไพ่สองใบแรกของผู้เล่น (PLAYER) การเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม
เมื่อผู้เล่นได้แต้ม 0 , 1  , 2 , 3 , 4 , 5 แต้ม จะต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม
เมื่อผู้เล่นได้แต้ม 6 , 7 แต้ม อยู่ ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม
เมื่อผู้เล่นได้แต้ม 8 หรือ 9 แต้ม ไพ่ป๊อก ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม และเกมเดิมพันจะหยุดทันที

 

ฝั่งเจ้ามือ (BANKER)

ส่วนกติกาการเรียกไพ่ใบที่สามของฝั่งเจ้ามือ (BANKER) จะอ้างอิงจากไพ่ใบที่ 3 ของฝั่งผู้เล่น ว่าได้ไพ่เลขใด ดังตารางด้านล่างนี้

แต้มรวมไพ่สองใบแรกของเจ้ามือ (BANKER) กฎการเรียกไพ่ใบที่สามของฝั่งเจ้ามือ (BANKER)
ถ้าไพ่ใบที่สามของผู้เล่นมีแต้มต่อไปนี้

ฝ่ายเจ้ามือจะต้องเรียกไพ่เพิ่ม

ถ้าไพ่ใบที่สามของผู้เล่นมีแต้มต่อไปนี้

ฝ่ายเจ้ามือไม่ต้องเรียกไพ่เพิ่ม

เมื่อเจ้ามือได้แต้ม 3 แต้ม 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 9 , 0 ฝั่งเจ้ามือจะต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม 8 เกมจะหยุดทันที
เมื่อเจ้ามือได้แต้ม 4 แต้ม 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 ฝั่งเจ้ามือจะต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม 1 , 8 , 9 , 0 เกมจะหยุดทันที
เมื่อเจ้ามือได้แต้ม 5 แต้ม 4 , 5 , 6 , 7 ฝั่งเจ้ามือจะต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม 1 , 2 , 3 , 8 , 9 , 0 เกมจะหยุดทันที
เมื่อเจ้ามือได้แต้ม 6 แต้ม 6 , 7 ฝั่งเจ้ามือจะต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 8 , 9 , 0 เกมจะหยุดทันที
เมื่อเจ้ามือได้แต้ม 7 แต้ม อยู่ ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม
เมื่อเจ้ามือได้แต้ม 8 – 9 แต้ม ไพ่ป๊อก ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม และเกมเดิมพันจะหยุดทันที

 

รูปแบบการเลือกเดิมพัน และอัตราการจ่ายเงิน

ตำแหน่งการวางเดิมพันเกมบาคาร่าออนไลน์จะมี 19 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งอัตราการจ่ายเงินรางวัลจะแตกต่างกัน ดังนี้  (ดูรูปภาพด้านล่างประกอบ)

วิธีเล่น Baccarat
ตำแหน่งการวางเดิมพันเกมบาคาร่าออนไลน์

 

  1. ลงเดิมพันตำแหน่งผู้เล่น (PLAYER) คือการลงเดิมพันว่าฝั่งผู้เล่น หรือฝั่งสีน้ำเงินจะเป็นฝั่งที่ชนะการเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัล 1 : 1 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันฝั่งผู้เล่น (PLAYER) 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 200 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  2. ลงเดิมพันตำแหน่งเจ้ามือ (BANKER) คือการลงเดิมพันว่าฝั่งเจ้ามือ หรือฝั่งสีแดงจะเป็นฝั่งที่ชนะการเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัล 1 : 0.95 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันฝั่งเจ้ามือ (BANKER) 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 195 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  3. ลงเดิมพันตำแหน่งเสมอ (TIE) คือการลงเดิมพันว่าทั้งสองฝั่งจะมีแต้มเท่ากัน หรือเสมอกันนั่นเองครับ อัตราการจ่ายเงินรางวัล 1 : 8 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเสมอ (TIE) 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 900 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  4. ลงเดิมพันตำแหน่งไพ่คู่ของผู้เล่น คือการเดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งผู้เล่น (PLAYER) จะเป็นไพ่หน้าเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ฝั่งผู้เล่นได้รับไพ่เลข 5 จำนวน 2 ใบ อัตราการจ่ายเงินรางวัล 1 : 11 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันไพ่คู่ของผู้เล่น 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 1,200 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  5. ลงเดิมพันตำแหน่งไพ่คู่ของเจ้ามือ คือการเดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งเจ้ามือ (BANKER) จะเป็นไพ่หน้าเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ฝั่งเจ้ามือได้รับไพ่เลข 5 จำนวน 2 ใบ อัตราการจ่ายเงินรางวัล 1 : 11 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันไพ่คู่ของเจ้ามือ 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 1,200 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  6. ลงเดิมพันตำแหน่ง Perfect Pair คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะได้ไพ่คู่ อัตราการจ่ายเงินรางวัล 1 : 25 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพัน Perfect Pair 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 2,600 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  7. ลงเดิมพันตำแหน่งไพ่คู่ฝั่งใดก็ได้ คือการเดิมพันว่าไพ่ของฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะออกเป็นไพ่คู่ อัตราการจ่ายเงินรางวัล 5 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันไพ่คู่ฝั่งใดก็ได้ 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 600 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  8. ลงเดิมพันตำแหน่งต่ำ คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่ได้จั่วไพ่เพิ่มเลย อัตราการจ่ายเงินรางวัล 1.5 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันต่ำ 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 250 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  9. ลงเดิมพันตำแหน่งสูง คือการเดิมพันว่าจะมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะเปิดไพ่ใบที่ 3 อัตราการจ่ายเงินรางวัล 0.54 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันสูง100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 154 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  10. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 0 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 0 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 150 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 0 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 15,100 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  11. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 1 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 1 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 215 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 1 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 21,600 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  12. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 2 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 2 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 220 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 2 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 22,100 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  13. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 3 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 3 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 200 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 3 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 20,100 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  14. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 4 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 4 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 120 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 4 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 12,100 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  15. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 5 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 5 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 110 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 5 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 11,100 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  16. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 6 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 6 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 45 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 6 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 4,600 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  17. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 7 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 7 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 45 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 7 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 4,600 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  18. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 8 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 8 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 80 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 8 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 8,100 บาท รวมเงินลงเดิมพัน
  19. ลงเดิมพันตำแหน่งเลข 9 คือการเดิมพันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะเสมอกันที่แต้ม 9 แต้ม อัตราการจ่ายเงินรางวัล 80 เท่าของยอดเดิมพัน
    ยกตัวอย่างเช่น : วางเดิมพันเลข 9 จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพันท่านจะได้เงินรางวัลจากการชนะเดิมพันจำนวน 8,100 บาท รวมเงินลงเดิมพัน

 

แนะนำเว็บคาสิโนออนไลน์ เพื่อเล่นเกม Baccarat (บาคาร่าออนไลน์)

สำหรับใครที่กำลังหาเว็บเพื่อเล่นบาคาร่าอยู่ เรามีเว็บมาแนะนำพร้อมรีวิวแต่ละเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งเป็นเว็บที่มีมาตรฐาน และมั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอน ดังนี้ครับ

สำหรับ 5 เว็บไซต์ ที่ผมแนะนำมาเป็นเว็บที่สร้างความเชื่อถือให้กับสมาชิกมานานหลายปี และมีแหล่งที่ตั้งที่อย่างชัดเจน ดังนั้นท่านมั่นใจได้เลยครับว่าจะไม่มีการโดนโกงอย่างแน่นอน และในบทความนี้ผมจะใช้เว็บไซต์ NEXT88 มาเป็นตัวอย่างในการวางเดิมพันเกมบาคาร่าออนไลน์ ให้ทุกท่านได้ศึกษากันนะครับ เหตุผลที่ผมเลือกเอาเว็บไซต์นี้มา เพราะว่าเป็นเว็บไซต์ที่ผมได้ใช้งานอยู่เป็นประจำ รูปแบบของเว็บไซต์ใช้งานง่าย การันตีเรื่องของความปลอดภัยครับ

 

ขั้นตอนการเข้าเล่นเกมบาคาร่าออนไลน์เว็บ NEXT88

หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิกกับทางเว็บ NEXT88 ให้ท่านทำการสมัคร โดยท่านสามารถศึกษาขั้นตอนต่างๆ ได้จากบทความ สมัครสมาชิก หลังจากที่ท่านสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถศึกษาขั้นตอนการเข้าเล่นเกมส์บาคาร่าได้ตามรายละเอียดด้านล่าง ดังนี้ครับ

ในการเล่นเกม Baccarat (บาคาร่าออนไลน์) ขั้นตอนแรกท่านจะต้องเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ NEXT88 หรือ กดเข้าเว็บที่นี่ เพื่อทำการเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ หลังจากนั้นให้ใส่ ชื่อบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน และกด เข้าสู่ระบบ (กรอบสีเหลือง)

วิธีเล่น Baccarat

 

เมื่อท่านเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะเข้าไปเล่นเกม Baccarat (บาคาร่าออนไลน์) ให้ท่านกดเข้าไปที่คำว่า คาสิโนสด (กรอบสีเหลือง) ตรงแถบเมนูสีน้ำเงินด้านบนครับ

วิธีเล่น Baccarat

 

เมื่อเข้าสู่หมวดเกมคาสิโนสดเรียบร้อยแล้ว ท่านจะเห็นว่าในเว็บ NEXT88 จะมีอยู่ 4 แบรนด์ให้ท่านได้เลือกเล่น คือ PLAYTECHLIVE , AE CASINO , CLUB GPI และ MicroGaming LIVE ท่านจะเลือกแบรนด์ไหนก็ได้ครับตามที่ต้องการ สำหรับวันนี้ผมจะขอยกตัวอย่างจากแบรนด์ PLAYTECHLIVE (กรอบสีเหลือง) มาให้ดูกันครับ

วิธีเล่น Baccarat

 

เมื่อเข้าสู่แบรนด์ PLAYTECHLIVE เรียบร้อยแล้ว ท่านจะเห็นว่ามีเกมคาสิโนออนไลน์ให้ท่านได้เลือกเดิมพันหลากหลายเกม เพื่อเข้าเล่นเกมบาคาร่าให้ท่านคลิกที่คำว่า BACCARAT (กรอบสีเหลือง) และคลิ๊กที่ห้องเดิมพันด้านล่าง เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถเข้าเล่นเดิมพันเกมบาคาร่าออนไลน์ได้แล้วครับ

วิธีเล่น Baccarat

 

ทิ้งท้ายบทความ วิธีเล่น Baccarat (บาคาร่าออนไลน์)

ก็จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ สำหรับบทความอธิบายว่า วิธีเล่น Baccarat ที่ผมได้เขียนไว้สำหรับท่านใดที่เป็นมือใหม่ผมขอแนะนำให้ท่านศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อนเข้าเล่นอย่างละเอียด เพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเอง เพราะถึงแม้เกมบาคาร่าออนไลน์จะดูเล่นง่ายๆ แต่มันก็เป็นเกมที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของตัวผู้เล่นเองอยู่พอสมควรครับ

และเมื่อได้ทราบกติกาเกมบาคาร่าออนไลน์แล้ว ใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเล่นดีไหม หรือจะเล่นกับเว็บไหนดี ลองมาศึกษารายละเอียดกันดูก่อนนะครับ แล้วค่อยๆ ไปลองเล่นกันดู รับรองว่าการเล่นพนันออนไลน์ของคุณจะมีสีสัน และความสนุกเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนครับ

หากชอบบทความของเรากดเพิ่ม LINE Stakehowเอาไว้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน พร้อม กดกระดิ่งด้านขวา ล่างของหน้าจอ เพื่อแจ้งเตือนบทความใหม่ๆ จากทางเราได้ครับ สำหรับบทความนี้ผมขอจบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณที่ติดตาม Stakehow นะครับ สำหรับวันนี้ผมขอตัวลาไปก่อนไว้พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ

The post วิธีเล่น Baccarat (บาคาร่า) เกมออนไลน์ยอดฮิตระดับโลก appeared first on Stakehow.com New.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ และติดป้ายกำกับ บน โดย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *